JRFiction

[Short Fixxx] Love is all around

posted on 22 May 2007 20:26 by neko-neko  in JRFiction

Title : Love is all around
Type : AU , PG
Paring : Akanishi Jin&Kamenashi Kazuya , Nishikido Ryo&Uchi Hiroki , Yamashita Tomohisa&Tegoshi Yuya
Author : neko
Status : Ending

I feel it in my fingers, I feel it in my toes
Love is all around me and so the feeling grows
It's written on the wind, it's everywhere I go
So if you really love me, come on and let it show
*Love is all around - Wet Wet Wet*

ผั่วะ!!!!

เสียงเพลงที่ดังคลอเบาๆภายในร้านอาหารแห่งหนึ่งถูกขัดจังหวะด้วยเสียงแปลกปลอมอีกเสียงที่ดังแทรกขึ้นมาในอากาศ คนที่นั่งอยู่ในร้านอาหารต่างพากันหันไปมองหาต้นเสียงที่ว่านั่น
"ไปตายซะไอ้อ้วน!"
เสียงหวานสบถลั่นตามด้วยเสียงเลื่อนเก้าอี้อย่างแรง ร่างบางผู้เป็นเจ้าของเสียงสบถเมื่อครู่เดินปึงปังออกไปทางประตูร้าน ก่อนจะหันหลังเดินกลับมายังโต๊ะตัวเดิม ยกแก้วน้ำขึ้นสาดใส่หน้าคนที่ยังนั่งอยู่เป็นการทิ้งท้ายก่อนเดินออกไป สายตาทุกคู่หันมามองคนที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่ทั้งอย่างนั้น
"เฮ่อ...."
เสียงระบายลมหายใจดังออกมาเบาๆ มือใหญ่หยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดหน้าเช็ดตาตัวเองโดยไม่สนใจสายตาสอดรู้สอดเห็นจากบรรรดาญี่ปุ่นมุงสักนิด
ยกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้พนักงานเดินมาเก็บเงิน ไม่นานนักพนักงานในร้านก็เดินเข้ามาพร้อมกับใบเสร็จ

"ทั้งหมดห้าพันเยนครับ"
มือใหญ่วางเงินลงบนโต๊ะก่อนจะลุกออกไปโดยไม่คิดจะรอเงินทอนแม้แต่น้อย ตากลมโตเหลือบมองไปเห็นกระเป๋าเงินของคุณลูกค้าเมื่อครู่หล่นลงมาจากกระเป๋ากางเกง มือเล็กรีบคว้ากระเป๋าใบนั้นรีบร้อนเปิดประตูร้านออกไปหมายจะเอาไปคืนเจ้าของ

"ไปไหนแล้วเนี่ย ไวชะมัดเลย"
"ก็คงรีบไปง้อแฟนเค้ามั้งยูยะจัง"
เสียงทุ้มนุ่มดังขึ้นข้างๆหูคนตัวเล็กทำเอาเจ้าตัวกระเด้งตัวถอยห่างทันที แก้มใสขึ้นสีแดงระเรื่อเพียงเล็กน้อยก่อนมันจะหายไป ตากลมโตเงยหน้าขึ้นมองคนตัวสูงที่ยืนข้างๆนิ่งๆ........นิ่งจนคนถูกมองแอบใจแป้ว ทำไมมองกันอย่างนี้ล่ะยูยะจัง
"ผมขอตัวไปทำงานก่อนนะครับ'มาสเตอร์'"
พูดแค่นั้นก่อนจะเบี่ยงตัวเดินหายเข้าไปในร้าน ทิ้งให้คนตัวโตมองตามตาละห้อย ร่างสูงถอนหายใจหนักหน่วง นี่โดนโกรธเรื่องอะไรอีกล่ะเนี่ย

.............................................

"คาเมะ......คาเมะรอเดี๋ยว"
เสียงร้องเรียกดังขึ้นจากทางด้านหลังแต่ไม่มีท่าทีว่าเจ้าของชื่อจะสนใจแม้แต่น้อย ขาเรียวเร่งจังหวะก้าวเดินของตัวเองให้เร็วขึ้น แต่แน่นอนว่าขาสั้นๆกับขายาวๆที่พยายามเร่งสปีดให้ตามทันนั้นใครกันที่จะเป็นฝ่ายชนะ
"คาเมะ ฉันบอกให้รอก่อน"
เอื้อมมือคว้าแขนเรียวเล็กไว้จนคนที่ถูกดึงชะงักไปชั่วขณะ ร่างบางหันกลับมาง้างหมัดขึ้นเตรียมส่งเข้าสู่ปลายคางของอีกฝ่าย แต่คราวนี้คงไม่ง่ายเหมือนครั้งแรก มือข้างที่ว่างคว้ามือเล็กนั่นไว้ทันท่วงทีก่อนที่มันจะสอยเข้าปลายคางเขาจังๆ

"ปล่อยนะจิน"
"ขืนปล่อยนายก็ต่อยฉันแล้วหนีไปแบบเมื่อกี้นะสิ"
คาเมะจิ๊ปากอย่างขัดใจ พยายามสะบัดมือใหญ่ที่กุมมือเขาไว้ไม่เลิก มือคนหรืออะไรวะเนี่ย ทำไมมันเหนียวแบบนี้
"ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ ฉันจำได้ว่าฉันยังโกรธนายอยู่นะจิน!"
"นั่นฉันจำได้อยู่แล้ว และนายก็ควรจะรู้ไว้ด้วยนะว่านายก็ทำฉันโกรธเหมือนกัน เรื่องที่นายทำฉันเปียกไปทั้งตัวแบบนี้น่ะ!"
จบประโยคด้วยการดึงรั้งร่างบางเข้ามาใกล้ตัวเองเพื่อให้เห็นผลงานของตัวเองชัดๆ สายตาดุดันของทั้งคู่ต่างจับจ้องกันไม่ลดละ จินจิ๊เสียงในลำคออย่างขัดใจ ทำเขาเปียกไปทั้งตัวแบบนี้ยังไม่คิดจะขอโทษกันอีกงั้นเหรอ

"จะขอโทษกันดีๆมั้ยคาเมนาชิ"
"ไม่มีทาง ไอ้บ้านิชิ!!!"
"โอ๊ย!!!"

คาเมะเตะขาร่างสูงเต็มแรงเพื่อเป็นการตอกย้ำคำพูดตัวเองว่านอกจากจะไม่ขอโทษแล้ว ยังจะสร้างเรื่องใหม่ให้คนตรงหน้าโกรธได้อีกหนึ่งกระทง ร่างบางถือโอกาสที่อีกฝ่ายเสียหลักไปเพราะลูกเตะของตัวเองสะบัดมือออก ชี้หน้าอีกฝ่ายอย่างฉุนเฉียว
"ถ้ายังตามมาอีกคราวนี้ไม่ใช่แค่เตะหน้าแข้งแน่!!"
เอ่ยอาฆาตทิ้งท้ายก่อนจะสะบัดตัวเดินหนีไปอย่างไม่ใยดี จินลูบคลำบริเวณที่โดนเตะไปเต็มๆพลางมองแผ่นหลังเล็กที่ค่อยๆกลืนหายไปกับฝูงชนอย่างเคืองๆ แสบนักนะคาซึยะ เห็นว่ายอมให้คนเดียวเหรอไงถึงได้ขยันทำร้ายร่างกายเขาทุกครั้งที่ทะเลาะกันเนี่ย คิดว่าเขาไม่กล้าเอาคืนเหรอไงกัน!
อา.....ยิ่งคิดยิ่งหงุดหงิดแฮะ ร่างสูงล้วงกระเป๋าตั้งใจจะหยิบบุหรี่มาอัดเข้าปอดให้หายเครียด แต่พอล้วงกระเป๋ากางเกงดีๆเท่านั้นแหล่ะ ความเครียดเฟสสองก็พลันบังเกิดขึ้นชนิดที่เจ้าตัวไม่ต้องการแม้แต่น้อย

"เวรแล้ว กระเป๋าตังค์หาย!!!!!"

.......................................................................

ร่างบางเดินโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงจนแทบจะหาเรื่องคนทุกคนที่เขาเดินสวนได้อยู่รอมร่อ จังหวะก้าวเดินหยุดลงหันกลับไปมองด้านหลังที่ตัวเองเพิ่งเดินมา เมื่อเห็นว่าไม่มีวี่แววของคนคุ้นเคยก็ยิ่งหงุดหงิด โว้ยยยย จะไม่ตามมาขอโทษหน่อยเหรอไงกัน จริงอยู่ที่ว่าเขาทำผิดเรื่องที่ต่อยจิน เอาน้ำสาดหน้าจิน และก็เมื่อกี้ที่เตะจินไปอีก แต่เรื่องทั้งหมดนั่นน่ะจินเริ่มก่อนนะ ถ้าแค่จินขอโทษเค้าก่อนก็ไม่เป็นแบบนี้หรอก ถ้าแค่จินยอมขอโทษเรื่องที่ทำให้เค้าโกรธก่อนเค้าก็ยอมขอโทษจินเหมือนกันแหล่ะ ไอ้อ้วนซื่อบื้อเอ๊ย!!

"ไม่พอใจนักก็เลิกกันเลยสิ!!!"

คาเมะสะดุ้งเฮือกกับประโยคที่ได้ยินเมื่อครู่ ใครกันมันอ่านใจเค้าออกว่าเค้าไม่พอใจแฟนตัวเองจนชี้ทางสว่างให้แบบนี้ หันไปมองยังต้นเสียงก่อนจะถอนหายใจออกมา เฮ้อ......คงไม่ได้บอกเรา แต่คงบอกกับแฟนตัวเองมั้งนั่น หูวววว ทะเลาะกันดุเดือดเลยแฮะ สายตาไอ้คนที่ตัวเล็กนั่นก็น่ากลัวชะมัด แต่แอบรู้สึกว่าหมอนี่มันหน้าคุ้นๆชะมัด ใครหว่า

"อย่ามาท้านะฮิโระ นายคิดว่าฉันไม่กล้าบอกเลิกนายเหรอไง"
"ไม่ได้ท้าโว้ยไอ้เรียวจัง เค้าเรียกว่าชี้ทางสว่างให้ต่างหาก ในเมื่อไม่พอใจฉันนักก็เลิกกันเลยสิ"
"ฮิโระ!"
"อย่ามาขึ้นเสียงใส่ฉันนะไอ้เรียวจัง!!"

คาเมะยืนมองคู่รักที่ทะเลาะกันตรงหน้าอย่างทึ่งๆ โหวววว ยิ่งกว่าเค้ากับจินอีกนะเนี่ย อย่างน้อยๆจินก็ไม่เคยขึ้นเสียงใส่เค้าในที่สาธารณะแบบนี้ หรือต่อให้อยู่กันสองคนก็เหอะ จินก็ไม่เคยขึ้นเสียงใส่เค้าสักที แต่กับสองคนนี้ไม่ใช่เลยแฮะ ดุเด็ดเผ็ดร้อนกันทั้งคู่ งานนี้ถ้าไม่เลิกกันก็ต้องมีตายกันไปข้างแหง
ว่าแต่ผู้ชายที่ตัวเล็กกว่าแฟนตัวเองนั่นชื่อเรียวเหรอ นอกจากหน้าคุ้นๆแล้วชื่อยังคุ้นอีกแหน่ะ เคยไปรู้จักหมอนี่มาจากไหนรึเปล่านะ นึกไม่ออกเลย
แต่ยังไม่ทันที่คาเมะจะนึกหาคำตอบให้ตัวเองว่าคนนี้เป็นใคร เรียวก็หันมาเห็นคาเมะพอดี คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันนิดนึงก่อนจะนึกออกว่าคนตรงหน้าเป็นใคร

"ไอ้เต่า!"

คิ้วเรียวกระตุกวูบไปทันทีที่ได้ยินอีกฝ่ายเรียกตัวเองแบบนั้น นึกมาตั้งนานนึกไม่ออกว่ามันเป็นใคร แต่พอมันเรียกเค้าด้วยชื่อนั้นเท่านั้นแหล่ะนึกออกเลยทันที นิชิกิโด ไอ้เรียวจัง!!!!

"ไอ้เรียวจัง เมื่อไรจะเลิกเรียกฉันว่าเต่าวะ!"
เรียวหัวเราะร่าเมื่อได้ยินคาเมะโวยวายกลับมา ไม่ทันสังเกตสีหน้าคนรักตัวเองสักนิดว่าจากเดิมที่โมโหอยู่แล้วตอนนี้จะโมโหคูณอินฟินิตี้แค่ไหน ทะเลาะกับฉันแต่หันไปยิ้มหัวเราะให้เพื่อนตัวเองงั้นเหรอ ฮิโรกิเดินกระแทกไหล่เรียวเดินออกไปอย่างหงุดหงิด ไม่สนใจเสียงเรียกชื่อตัวเองแม้แต่น้อย เพราะตอนนี้ความโกรธมันเข้าครอบงำไปหมดแล้ว

"แฟนเหรอ?" คาเมะมองแผ่นหลังของฮิโรกิที่เดินหายไปกับฝูงชนก่อนจะหันมาถามเพื่อนตัวเอง เรียวพยักหน้าเป็นเชิงยอมรับก่อนจะถอนหายใจออกมา"ถามได้มั้ยว่าทะเลาะอะไรกัน"
"ได้ไม่ได้นายก็ถามมาแล้วไม่ใช่เหรอไง แล้วจะถามทำไมวะว่าถามได้รึเปล่า"
เรียวชักสีหน้าตอบอย่างหงุดหงิด ไม่ได้หงุดหงิดเพื่อนตัวเอง แต่หงุดหงิดคนรักตัวเองที่ยังเคลียร์กันไม่รู้เรื่องก็เดินหนีหายไปแล้วนั่นต่างหาก ไม่ต้องเดาให้เมื่อยตุ้มเลยว่าจะไปไหน ร้อยทั้งร้อยไปหาไอ้โทมะชัวร์ ยิ่งคิดก็ยิ่งหงุดหงิด มีอะไรก็ไปหาไอ้โทมะตลอด นี่ถ้าไม่ติดว่าคบกันมาด้วยกันนานเค้าต้องคิดมากแน่ๆว่าสองคนนี้มีสเปเชียลซัมธิงรองกัน

"อ้าวเฮ้ย ไปไหนเรียว ยังไม่เล่าให้ฟังเลย"
คาเมะถามพลางเดินตามเรียวที่จู่ๆก็ก้าวเร็วๆไปตามทางที่ฮิโรกิเพิ่งเดินไป ยังไม่ทันจะคุยจะถามอะไรเลยนะ
"จะไปตามแฟนน่ะสิ คิดเหรอว่าฉันจะยอมทำตามคำขู่บ้าๆของฮิโระน่ะ"
คาเมะได้ยินอย่างนั้นก็ขี้คร้านจะเถียงหรือพูดอะไรให้เรียวหันมาด่า คนกำลังอารมณ์ไม่ดีกับแฟนอยู่ไม่ควรจะหาเรื่องด้วยเป็นที่สุด ที่พูดอย่างนี้ได้ไม่ใช่เพราะอะไร อ้างอิงจากตัวเองล้วนๆเนี่ยแหล่ะ

คาเมะที่เดินตามเรียวมาเรื่อยๆอดที่จะขมวดคิ้วไม่ได้ ไอ้ทางนี้มันคุ้นๆแฮะ เหมือนเค้าเพิ่งจะเดินผ่านไปไม่นานเลยนี่นา และแล้วข้อสงสัยของคาเมะก็ได้รับคำตอบทันทีที่เขากับเรียวมาหยุดตรงหน้าร้านอาหารแห่งหนึ่ง
นี่มันร้านอาหารที่เขาเพิ่งจะทะเลาะกับจินไปเมื่อครู่นี่นา

"ไป ไอ้เต่า เข้าไปกับฉัน"
"เฮ้ย อะไรนะ"
ถามไปก็เท่านั้น อารมณ์ตอนนี้ท่านชายนิชิกิโดไม่คิดจะตอบคำถามอะไรหรอก เรียวจูงมือคาเมะเปิดประตูร้านเข้าไปทันที.......

.......................................................................

"โอกาสหน้าเชิญใหม่นะครับ ขอบคุณที่มาอุดหนุนครับ"
เสียงใสๆเอ่ยคำขอบคุณลูกค้าที่เพิ่งจะเดินออกจากร้านไป หลังจากนั้นเจ้าตัวคนพูดประโยคนั้นก็หันกลับไปจะทำอย่างอื่นต่อ คืนวันศุกร์มักจะเป็นคืนที่ลูกค้าเข้าร้านเยอะเสมอ ร่างเล็กวิ่งวุ่นแทบจะทั่วทุกตารางนิ้วของร้านอาหารเล็กๆ ตั้งอกตั้งใจทำงานเป็นพิเศษอีกทั้งยังจงใจมองผ่านสายตาคมที่คอยจับจ้องเขาเป็นระยะจนคนมองแอบถอนใจ

"เป็นถึงเจ้าของร้านแท้ๆมาทำหน้ามู่ทู่ไม่รับแขกแบบนี้ได้ไงพี"
โทมะเพื่อนสนิทและหนึ่งในหุ้นส่วนร้านอาหารถามขึ้นหลังจากทนนั่งมองหน้ามุ่ยๆแก้มปูดๆเป็นปลาทองน้ำเสียอยู่นานสองนาน นั่นดูมัน ถามแล้วแทนที่จะตอบดีๆดันหันมาทำหน้าพองลมไม่พอใจอีก ไม่ใช่พระเจ้านะเว้ยเฮ้ยจะได้ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เองว่าไอ้ที่ทำหน้าพองลมใส่แบบนี้มันหมายความว่าอะไรน่ะ

"เลิกทำหน้าบูดแล้วหันมาอธิบายดีๆหน่อยได้มั้ยว่าเป็นอะไร ฉันไม่เข้าใจภาษาใบหน้าแกหรอกนะ"
"ก็ยูยะน่ะสิ"
นั่นไงล่ะ ว่าแล้วเชียวว่าต้องเป็นเรื่องของเด็กตาโตแก้มยุ้ยๆคนนั้น มันจะมีสักกี่เรื่องกันที่ทำให้พ่อยามาชิตะทำหน้าบูดได้นานสองนานแบบนี้น่ะ
"เทโงชิเค้าทำไมล่ะ"
"ไม่รู้ โกรธฉันเรื่องอะไรก็ไม่รู้ ไม่คุยกับฉันเลยทั้งวัน แถมยังเอาแต่เรียกมาสเตอร์ๆๆอยู่นั่น จนฉันนึกอยากจะขายหุ้นส่วนทิ้งอยู่แล้ว เผื่อเค้าจะหันกลับมาเรียกฉันดีๆเหมือนเดิม"
จบประโยคด้วยการฟุบหน้าลงกับโต๊ะด้วยอาการเซ็งปนหงอยอย่างเห็นได้ชัด โทมะเห็นอย่างนั้นก็อดจะส่ายหน้าด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูกว่าจะสงสารหรือสมน้ำหน้าดี (ได้ข่าวว่าเพื่อนกันนะอิคุตะคุง) ไอ้อยากช่วยก็อยากอยู่แต่ก็ไม่รู้จะช่วยยังไง โกรธกันเรื่องอะไรเจ้าตัวมันยังไม่รู้ แล้วจะง้อกันยังไงล่ะเนี่ย

"ยินดีต้อนรับครับ อ้าวคุณนี่เอง"
ยูยะยิ้มออกมาเมื่อเห็นว่าลูกค้าคนใหม่ที่เปิดประตูมาเป็นใคร จินส่งยิ้มให้อย่างงงๆว่าทำไมคนๆนี้ทักทายเขาเหมือนรู้จักกัน จินจำได้ว่าไม่น่าจะเคยรู้จักเด็กคนนี้มาก่อนนะ ดูเหมือนยูยะจะอ่านสีหน้ายิ้มแบบงงๆของจินออกจึงยิ้มออกมาบางๆ ล้วงกระเป๋ากางเกงเพื่อหยิบกระเป๋าเงินยื่นให้อีกฝ่าย

"ของคุณใช่มั้ยครับ ผมเห็นคุณทำตกไว้ จะเอาไปคืนก็ไม่ทันเลยเก็บไว้ให้เผื่อคุณย้อนกลับมาน่ะครับ"
"ขอบคุณครับที่เก็บไว้ให้" จินยื่นมือไปรับกระเป๋าเงินคืนพร้อมกับยิ้มขอบคุณยูยะ นึกขอบคุณตัวเองที่กลับมาร้านนี้ แถมยังเจอพนักงานใจดีเก็บไว้ให้อีกต่างหาก พลางมองไปรอบๆร้านที่คนแน่นขนัด "คนเยอะแบบนี้มีที่ว่างมั้ยครับ"
"มีครับ รอสักครู่นะครับ"

ยูยะก้มหัวให้พลางปลีกตัวออกไป ยามะพีมองตามแผ่นหลังเล็กไปอย่างเคืองปนงอนเล็กน้อยถึงปานกลาง ไม่ยิ้มให้เค้าทั้งวันแต่เที่ยวแจกยิ้มให้คนนั้นคนนี้ทั่วไปหมด ถึงจะรู้ว่าเป็นยิ้มแบบเซอร์วิสมายด์ก็เหอะ แต่มันก็อดเคืองไม่ได้นี่นา ยามะพีมองยูยะที่พาจินเดินไปนั่งที่โต๊ะ ยื่นเมนูให้พร้อมรอยยิ้มก็ยิ่งรู้สึกไม่ชอบใจมากกว่าเดิม ทำไมนะ ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ยูยะมาทำงานที่นี่ตั้งนาน แจกรอยยิ้มเซอร์วิสมายด์จนลูกค้าประทับใจกันไปหลายรายเค้ายังไม่เคยเคืองหนักเหมือนวันนี้เลย หรือเพราะแค่ยูยะยิ้มให้ทุกคนแต่ไม่ยิ้มให้เค้า แบบนี้มันไม่แฟร์นี่นา

โทมะเห็นเพื่อนตัวเองทำหน้าเหมือนจะกระโดดเข้าไปซัดลูกค้าตัวเองก็อดส่ายหน้าหน่ายๆไม่ได้ ไอ้นี่โดนแฟนโกรธก็เที่ยวพาลเค้าไปทั่ว ทั้งๆที่ปกติมันก็ออกจะใจเย็นจะตายไป แต่ยังไม่ทันจะคิดหรือทำอะไรต่อ จู่ๆก็มีคนเดินเข้ามากอดโทมะทันที

"โทมะ!!"

"ฮิโรกิ!?" โทมะเรียกชื่อคนที่โผเข้ามากอดตัวเองงงๆ "เป็นอะไร อย่าเข้ามากอดอย่างนี้สิ เดี๋ยวไอ้เรียวมาเห็นก็เข้าใจผิดหมด"
"ปล่อยให้เข้าใจผิดไปเลย จะได้เลิกๆกันไปสักที"
โทมะได้ยินอย่างนั้นก็แทบอยากจะเอามือก่ายหน้าผาก ไอ้ก่อนที่จะได้เลิกกันเนี่ย เค้าจะซวยโดนไอ้เพื่อนเรียวเล่นงานปางตายก่อนน่ะสิ โทษฐานยืนอยู่นิ่งๆให้สุดที่รักมันกอด เวรจริงๆ วันนี้มันวันอะไรมีแต่คนทะเลาะกับแฟน ชักรู้สึกดียังไงก็ไม่รู้ที่ตัวเองยังไม่มีแฟนแบบนี้ เฮ่อ
"เออๆๆ อยากเลิกกับมันก็เลิกไปสิ แต่อย่าหาความซวยมาให้ฉัน ปล่อยได้แล้ว" โทมะปลดมือฮิโรกิที่กอดตัวเองไม่เลิก จับอีกคนให้ยืนดีๆ "ว่าไง คราวนี้ทะเลาะอะไรกันอีก"
ถามออกมาอย่างรู้ใจเพื่อนเป็นที่สุด ไม่เคยหรอกที่จะมาหาเขาด้วยเรื่องดีๆน่ะ ทะเลาะกันทีไรก็มาหาเขาตลอด เวลาดีกันน่ะไม่เคยจะมาหาหรอก เห็นเขาเป็นอะไรกัน

แต่ยังไม่ทันที่โทมะจะได้ซักไซ้ถามอะไรต่อ เสียงประตูร้านเปิดออกพร้อมกับลูกค้าคนใหม่ที่เพิ่งเดินเข้ามา ยูยะส่งเสียงทักทายออกไปก่อนจะเดินไปรับลูกค้า
โทมะเองก็มองไปที่หน้าประตูเห็นเรียวยืนอยู่หน้าประตูพร้อมกับใครอีกคนที่เขาไม่รู้จักก็ชักจะรู้สึกถึงบรรยากาศแปลกๆที่ลอยคุกรุ่นในร้าน วันนี้จะมีเหตุการณ์นองเลือดอะไรเกิดขึ้นมั้ยเนี่ย

"สองที่ใช่มั้ยครับ"
ยูยะผู้ไม่รู้เรื่องราวว่าอาจจะเกิดสงครามย่อยๆขึ้นในร้านเดินไปถามในฐานะพนักงานที่ดีของร้าน
"ที่เดียวให้ไอ้หมอนี่ ฉันมาหาคนเฉยๆ" คาเมะหันมามองเรียวตื่นๆ เฮ้ย ลากเขามาด้วยแล้วจะมาปล่อยให้เขานั่งคนเดียวเนี่ยนะไอ้เรียวจัง "มองอะไรไอ้เต่า ไปหาที่นั่งได้แล้ว ฉันจะไปหาฮิโระ"
ยูยะได้ยินอย่างนั้นก็มองหน้าทั้งสองคนอย่างงงๆ มาด้วยกันแต่แยกกันไปเนี่ยนะ แปลกดีแฮะ แต่เอาเถอะ มันไม่ใช่กงการอะไรของเขา ทำหน้าที่พนักงานดีกว่า แต่แล้วเคราะห์หามยามร้ายก็มาเยือนพนักงานดีเด่นอย่างยูยะจนได้เมื่อทุกโต๊ะในร้านถูกจับจองไว้หมด จะเหลือก็แต่โต๊ะของคุณลูกค้าคนเมื่อครู่ล่ะนะ เขานั่งคนเดียวนี่นา ลองไปถามดูดีกว่าว่าจะรังเกียจมั้ยถ้าจะให้อีกคนมานั่งด้วย

"ขอโทษนะครับ" ยูยะเดินเข้าไปหาจินที่โต๊ะ สะกิดเรียกร่างสูงเบาๆ "ไม่ทราบว่าจะขัดข้องไหมครับถ้าจะให้ลูกค้าอีกท่านมานั่งด้วย"
จินมองไปรอบๆร้านอย่างเข้าใจในคำขอของเด็กหนุ่มเป็นอย่างดี ก็คนมันเต็มร้านนี่นะ ทุกโต๊ะก็มักจะมากันเป็นคู่ไม่ก็เป็นกลุ่ม จะมีก็แต่เค้านี่ล่ะที่นั่งคนเดียว แต่ตัวเค้าเองก็ไม่ค่อยอยากนั่งร่วมกับใคร จะปฏิเสธดีมั้ยนะ
แต่พอจินมองไปเห็นลูกค้าที่ยืนรอที่นั่งตรงหน้าประตู ไอ้ความคิดที่จะปฏิเสธก็สลายหายกลายเป็นอากาศธาตุทันที จินหันไปพยักหน้าตกลงกับยูยะเป็นเชิงไม่ขัดข้องถ้าจะมีคนอื่นมานั่งด้วย

"คุณลูกค้าครับ เชิญทางนี้ครับ" ยูยะเดินกลับไปหาคาเมะ พร้อมกับเดินนำทางพาคาเมะมาหยุดอยู่ตรงหน้าโต๊ะจิน "ขอโทษด้วยนะครับ พอดีทางร้านของเราที่นั่งเต็มทุกที่เลย ไม่ทราบว่ารังเกียจที่จะนั่งร่วมโต๊ะกับลูกค้าท่านนี้รึเปล่าครับ"

คาเมะที่กำลังจะหันไปบอกยูยะว่าโคตรจะรังเกียจที่ต้องนั่งโต๊ะเลย แต่สายตาเจ้ากรรมก็ดันหันไปเห็นจินยิ้มมุมปากทำท่าเยาะเย้ย ส่งสายตาเป็นเชิงคำถามว่า 'กลัวที่จะนั่งกับฉันเหรอไง' ความคิดที่ตั้งใจจะไม่นั่งร่วมโต๊ะกับจินก็เปลี่ยนไปทันที ใครมันจะยอมโดนดูถูกกันล่ะ
หลังจากยูยะเดินหายไปแล้วก็เป็นที่แน่นอนว่าทั้งโต๊ะเหลือแค่จินกับคาเมะที่นั่งอยู่ด้วยกันเพียงสองคน คาเมะเมินหน้าหนีหันไปอีกทาง ยังไม่อยากมองหน้าจินตอนนี้เท่าไร เดี๋ยวของมันขึ้น

.......................................................................

ทางด้านเรียว หลังจากแยกกับคาเมะแล้วก็เดินดุ่มๆมาหาฮิโรกิที่นั่งอยู่ข้างๆโทมะทันที ว่าแล้วมั้ยล่ะว่าต้องมาอยู่ที่นี่จริงๆ ทำไมแทงหวยไม่แม่นอย่างนี้บ้างนะนิชิกิโด
ฮิโรกิที่เห็นเรียวกำลังเดินมาทางที่ตัวเองกำลังนั่งก็ตั้งท่าจะลุกหนี แต่ติดที่โทมะรั้งมือเรียวเอาไว้ เอาวะ ยอมให้ไอ้เรียวเคืองที่เห็นเขาจับมือของรักของหวงมันดีกว่าปล่อยให้ของรักของหวงมันหนีหายไปต่อหน้าต่อตาโดยที่เขาไม่ช่วยรั้งไว้ เพราะคิดๆดูแล้วความผิดฐานจับมือของรักของหวงของไอ้เพื่อนหน้าดุมันน่าจะโหดน้อยกว่าปล่อยให้ฮิโรกิหนีไปล่ะน่า

"ไงโทมะ สบายดีมั้ย" เรียวถือวิสาสะนั่งลงโดยที่ไม่รอให้อีกฝ่ายเชิญสักนิด มองไปรอบๆร้านโดยที่จงใจมองผ่านใครบางคนไปอย่างหน้าตาเฉย "ลูกค้าเยอะดีนี่ กิจการไปได้สวยนี่"
"ไม่ถึงกับไปได้สวยหรอก ไปเรื่อยๆมากกว่า"
โทมะตอบน้ำเสียงสบายๆแต่ในใจแทบอยากจะบ้า โว้ย แทนที่จะคุยจะเคลียร์กับคนของตัวเองให้รู้เรื่อง ดันมาชวนเขาคุยเนี่ยนะ จะเล่นสงครามประสาทกันหรือไง
ฮิโรกิที่เห็นท่าทางเรียวแบบนั้นก็ยิ่งหงุดหงิดเพิ่มขึ้น แถมยังพาลโมโหโทมะไปด้วยอีกคน ทั้งๆที่เขากำลังจะลุกหนีเรียวไปแล้วแท้ๆ ยังจะมารั้งเขาไว้ให้เห็นท่าทางแบบนี้ของเรียวทำไมกัน ฉันจะโกรธนาย จำไว้เลยโทมะ

"ฉันกลับก่อนนะโทมะ!"
และแล้วความอดทนที่มีน้อยนิดอยู่แล้วของฮิโรกิก็หมดลงพร้อมๆกับเจ้าตัวที่ลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว สะบัดมือโทมะที่คิดจะรั้งเขาไว้อย่างไม่ใยดี คิดว่าไม่รู้เหรอไงที่คิดจะรั้งเขาไว้ให้คุยกับเรียวจังน่ะ ไม่รู้เหรอว่ามันเสียเวลาเปล่าน่ะ ในเมื่อเรียวจังไม่คิดจะหันมาคุยกับเขาสักนิด ร่างโปร่งบางก้าวเร็วๆออกไปนอกร้านทันที ทิ้งให้โทมะนั่งกุมขมับอย่างเครียดๆ ไอ้สองคนนี้ทะเลาะกันทีไรทำไมต้องให้เขามาเป็นพยานรู้เห็นด้วยวะเนี่ย

"ไม่ตามไปหน่อยเหรอไงวะเรียว ฝนจะตกแล้วนะนั่นน่ะ ปล่อยให้ฮิโรกิเดินตากฝนเดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก"
"รู้แล้วน่า นายมีร่มรึเปล่า"
"ให้คันเดียวนะเว้ย อีกอันมันของพี ขืนเอาไปไม่บอกเจ้าตัวเดี๋ยวมันเคืองตายเลย"
เรียวรับร่มจากมือโทมะมาเสร็จก็รีบร้อนลุกเดินออกไปทันที ไม่มีขอบคุณเพื่อนฝูงสักคำนะไอ้นี่ โทมะเกาหัวเซ็งๆ แต่เอาเหอะ ปล่อยไปสักวัน คนมันอารมณ์อยากง้อแฟนแต่ไม่คิดจะง้อดีๆนี่นะ

.......................................................................

เสียงฟ้าร้องครืนครางเบาๆทำเอายูยะที่เดินมาทางด้านหลังร้านอดไม่ได้ที่จะเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า ท้องฟ้าที่ควรจะมืดสนิทกลับเป็นสีแดงนิดๆจากเมฆฝนทำเอาเจ้าตัวถอนหายใจออกมา ท่าทางแบบนี้ฝนตกหนักแหง ร่มก็ไม่ได้เอามาซะด้วยสิ
"ยูยะ...." เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นเบาๆ เจ้าของชื่อหันกลับไปมองคนที่เรียกชื่อตัวเอง "วันนี้กลับด้วยกันนะ"

"ยูยะ มายกอาหารไปเสิร์ฟที"
เสียงตะโกนจากพ่อครัวดังขึ้นทำเอายามะพีแทบอยากจะเดินไปไล่พ่อครัวตัวเองออกทันที ทำไมต้องทำเสร็จตอนที่เขาเพิ่งจะหาโอกาสเข้ามาคุยกับคนตัวเล็กกันวะ จะทำให้มันช้ากว่านี้หน่อยไม่ได้เหรอไง

"ผมขอตัวไปทำงานก่อนนะฮะ"
ยูยะไม่ตอบคำถามที่ยามะพีถามเมื่อครู่ แถมยังเดินหนีไปอย่างเนียนๆอีกต่างหาก ทำเอายามะพีมองตามตาละห้อย หมดหนทางอับจนปัญญาสุดๆ ถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง เพิ่งรู้ว่าการทะเลาะกับแฟนมันเครียดแค่ไหนก็งานนี้แหล่ะ โทโมฮิสะขอสาบานกับตัวเองเลยว่าถ้าคืนดีกันได้เมื่อไรจะไม่ขอทะเลาะกับคนตัวเล็กนั่นอีกเป็นอันขาด


"อาหารที่สั่งได้แล้วครับ"
ยูยะวางอาหารลงบนโต๊ะก่อนจะถอยห่างเดินออกไปทำงานอย่างอื่น จินหยิบตะเกียบขึ้นมาหักพร้อมๆกับคาเมะ ก่อนจะเริ่มคีบแครอทใส่จานเปล่าเล็กๆข้างตัว ในขณะที่คาเมะเองก็คีบหัวหอมใหญ่ใส่จานเปล่าเล็กๆข้างตัวเช่นกัน เสร็จแล้วทั้งคู่ต่างก็ยื่นจานเล็กให้อีกฝ่ายโดยที่ไม่มีใครพูดอะไรออกมาทั้งสิ้น


'นายชอบกินแครอทไม่ใช่เหรอ อ่ะ ฉันให้'

'ทำเป็นพูดดีนะจิน นายไม่ชอบแครอทก็บอกมาตรงๆสิ อ่ะ ฉันให้หัวหอมใหญ่นายละกัน แลกกัน'

'นายก็เหมือนกันแหล่ะคาเมะ ไม่ชอบกินหัวหอมใหญ่ก็พูดมาตรงๆสิ'

'พูดมากน่า รีบๆกินไปเลย เป็นแบบนี้ไม่ดีเหรอไง เวลาเราไปไหนด้วยกันจะได้ไม่ต้องแย่งกันกินไง'

'ถ้าอย่างนั้นนายห้ามไปกินข้าวกับคนอื่นนะ ต้องกินกับฉันคนเดียวนะรู้รึเปล่า'

'แล้วทำไมต้องมาห้ามไม่ให้ฉันกินข้าวกับคนอื่นด้วย พูดยังกับเราเป็นแฟนกันอย่างนั้นแหล่ะ'

'ก็กำลังจะขอนายเป็นแฟนอยู่นี่ไง ฉันชอบนายนะคาเมะ'


ไม่รู้เหมือนกันว่าทั้งคู่กำลังคิดถึงเรื่องเดียวกันอยู่รึเปล่า ถึงได้ปรากฎรอยยิ้มบนใบหน้ากันทั้งคู่ จินเงยหน้าขึ้นมองคาเมะที่คีบแครอทเข้าปากยิ้มๆ เหมือนคาเมะจะรู้ตัวว่ากำลังถูกมอง และก็เป็นอย่างนั้นจริงๆเมื่อคาเมะเงยหน้ามองจินและเห็นจินกำลังมองตัวเอง เจ้าตัวจึงแกล้งเสหันไปมองทางอื่นแทน เรียกรอยยิ้มจากอีกฝ่ายได้อีก ยิ้มอย่างมีความสุขจนแทบจะลืมไปเลยว่าตอนนี้เขาทั้งคู่กำลังทะเลาะกันอยู่

เสียงฟ้าร้องที่ดังขึ้นพร้อมกับเม็ดฝนที่เทลงมา คาเมะมองออกไปนอกหน้าต่างเห็นสายฝนที่ตกลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา ฟ้าแลบแปลบปลาบทำเอาร่างบางหลับตาปี๋ และเสียงฟ้าร้องที่ดังแล่นเข้ามาในโสตประสาททำเอาเจ้าตัวเผลอห่อไหล่อย่างลืมตัว จินที่นั่งมองปฏิกิริยานั้นอยู่เงียบๆ ถอนหายใจออกมาเบาๆก่อนจะลุกขึ้นเดินอ้อมไปนั่งข้างๆร่างบาง ดึงมือเรียวเข้ามากุมไว้แน่นจนเจ้าของมือหันมามอง

"ทำอะไรจิน ฉันยังโกรธนายอยู่นะ"
"รู้น่า ฉันจำได้ ฉันก็ยังโกรธนายอยู่เหมือนกันแหล่ะ" จินตอบน้ำเสียงเรียบๆ ไม่ผ่อนแรงมือที่กุมไว้แม้แต่น้อย "แต่นั่นมันคนละเรื่องกับที่ฉันเป็นห่วงนายตอนนี้ นายกลัวฟ้าร้องไม่ใช่เหรอไง"

คาเมะนิ่งอึ้งไปกับคำพูดของจิน ทั้งๆที่พวกเขาทะเลาะกันอยู่แท้ๆ แต่จินก็ยังเป็นห่วงเขา ทั้งๆที่ความจริงจินจะมองข้ามไม่สนใจเขาไปก็ได้ แต่จินก็ไม่ทำ เสียงฟ้าร้องที่คาเมะเคยนึกกลัวนักหนามาในเวลานี้เขากลับไม่รู้สึกกลัวมันแม้แต่น้อย คงเป็นเพราะมือใหญ่ที่กุมมือเขาไว้นี่สินะ คาเมะเงยหน้ามองจินที่ยกมืออีกข้างขึ้นมาเท้าคางสบายๆ

"ขอโทษนะ" จินที่นั่งเท้าคางอยู่พูดออกมาเบาๆ แต่ถึงอย่างนั้นคนที่นั่งข้างๆก็ยังได้ยิน "ฉันไม่รู้ว่าเรื่องนั้นมันจะทำให้นายโมโหขนาดนี้ ขอโทษด้วยละกัน ทีหลังจะไม่ทำแล้ว"
คาเมะนิ่งอึ้งไปอึดใจหลังจากที่ได้ยินจินพูดขอโทษออกมา ก่อนจะยิ้มออกมานิดๆ มือข้างที่ถูกกุมไว้บีบมือใหญ่อีกฝ่ายแน่นเช่นกัน
"ฉันก็ขอโทษนายเหมือนกัน เรื่องที่ต่อยนายกับเรื่องที่เอาน้ำสาดหน้านายนั่นน่ะ"
"เรื่องที่เตะขาฉันกลางถนนนั่นด้วย อันนั้นฉันไม่ลืมนะ รู้รึเปล่าว่ามันเจ็บน่ะ"

จินพูดถึงคดีกระทงสุดท้ายที่คาเมะกระทำเขา ทำเอาร่างบางที่ได้ยินหัวเราะออกมาทันที จินหันมามองคาเมะที่หัวเราะก่อนจะหัวเราะตามออกมาเบาๆ มือข้างที่กุมมือเรียวเล็กของคนรักเปลี่ยนมาเป็นโอบไหล่เล็กให้เข้าหาตัวเองแทน คาเมะเอนซบไหล่หนายิ้มๆ ความโกรธเคืองขุ่นข้องหมองใจมลายหายไปราวกับว่าเหตุการณ์ที่พวกเขาทะเลาะกันวันนี้ไม่เคยเกิดขึ้นยังไงยังงั้น ทั้งๆที่ทะเลาะกันรุนแรงปานนั้นแต่เพียงแค่ได้รับรู้ว่าอีกฝ่ายยังรักและเป็นห่วงอยู่ เรื่องร้ายแรงที่เคยทะเลาะกันมาพวกเขาก็ลืมมันไปได้อย่างง่ายดาย

.......................................................................


สายฝนที่เทลงมาอย่างหนักทำเอาผู้คนที่กำลังเดินไปมาต่างพากันหาที่หลบฝนให้วุ่นวาย ยกเว้นร่างโปร่งบางที่เดินเร็วๆฝ่าสายฝนโดยที่เจ้าตัวไม่สนใจสักนิดว่าตัวเองเปียกปอนไปขนาดไหนแล้ว

"ฮิโระ!"
เสียงร้องเรียกชื่อตัวเองดังขึ้นพร้อมกับแรงที่ฉุดกระชากข้อมือให้หยุดเดิน พอเห็นว่าอีกฝ่ายที่กุมข้อมือตัวเองไว้เป็นใครก็สะบัดข้อมือตัวเองออกแรงๆ แต่อีกฝ่ายกลับกุมข้อมือเรียวไว้แน่น

"ปล่อยนะเรียวจัง"
"ปล่อยให้นายเดินตากฝนไปเหรอไง ฉันไม่บ้าเหมือนนายนะ"
เรียวตะโกนเสียงดังแข่งกับเสียงฟ้าร้องที่ดังขึ้น โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าคนฟังรู้สึกยังไง
"ก็ฉันมันคนบ้านี่ นายจะมาทนคบกับคนบ้าๆอย่างฉันทำไมล่ะ ก็เลิกกันไปเลยสิ"
ฮิโรกิพูดแค่นั้นก่อนที่จะถูกรวบเข้าไปกอดทั้งตัว ร่มที่ถือไว้ถูกปล่อยอย่างไม่ใยดี จะสนใจมันทำไมในเมื่อคนในอ้อมกอดนี้ต่างหากคือคนที่เขาสนใจมากที่สุด

"อย่าท้าให้ฉันเลิกกับนายนักได้มั้ย นายก็รู้ว่าฉันทำไม่ได้ ทำไมต้องพูดอย่างนั้นออกมาด้วย อยากเลิกกับฉันจริงๆเหรอ" เรียวพูดพลางเพิ่มแรงกอดคนในอ้อมกอดขึ้นอีก "ฉันรักนายนะฮิโระ"

ฮิโรกิได้ยินอย่างนั้นก็ยกมือขึ้นกอดตอบอีกฝ่ายอย่างเท่าเทียมกัน
"แต่ฉันมันคนบ้านะ"
"ไม่เป็นไร ฉันก็ใช่ว่าจะสติดีเหมือนกัน"
"ฉันงี่เง่านะ ชอบหาเรื่องท้าให้นายเลิกกับฉันด้วย"
"ฉันก็แค่ไม่รับคำท้านายไง ยังไงฉันก็ไม่เลิกกับนายอยู่แล้ว
"แต่ฉัน......"
คำพูดที่กำลังคิดจะพูดต่อถูกปลายนิ้วเรียวของอีกฝ่ายปิดไว้ เรียวยิ้มให้ร่างบางอย่างอ่อนโยน
"ฉันไม่สนว่านายจะนิสัยแย่แค่ไหน เพราะฉันว่าฉันก็เห็นมันมานานแล้ว และฉันว่าฉันทนได้ ฉันสนแค่ว่านายยังรักฉันอยู่รึเปล่า"

ฮิโรกิโผเข้ากอดเรียวอย่างแรงแทนคำตอบ ทำเอาเรียวเซไปเล็กน้อยก่อนจะกอดตอบอย่างเท่าเทียมกัน สายฝนที่เย็นเยียบดูอบอุ่นขึ้นมาทันทีเมื่ออยู่ในอ้อมกอดของกันและกัน ดูท่าทางว่าร่มที่เรียวยืมมาจากโทมะจะเป็นหมันซะแล้ว
ทุกครั้งที่ทะเลาะกันฮิโรกิมักจะท้าให้เรียวบอกเลิกเสมอ ใช่ว่าเรียวจะไม่รู้เหตุผลว่าทำไมฮิโรกิถึงท้าให้เขาเป็นฝ่ายบอกเลิกแทนที่ตัวเองจะเป็นฝ่ายบอกเลิกเอง


'เรียวจัง ถ้าหมดรักฉันเมื่อไรนายต้องบอกเลิกฉันนะ ต่อให้ฉันรู้ว่าหมดรักแล้วแต่ฉันก็จะไม่เป็นฝ่ายบอกเลิกเรียวจังหรอกนะ เรียวจังต้องเป็นฝ่ายบอกเลิกฉันนะ'

'แล้วทำไมนายถึงไม่เป็นฝ่ายบอกเองล่ะ มันง่ายกว่าเยอะไม่ใช่เหรอ'

'ก็ฉันไม่อยากให้เรียวจังรู้สึกเสียใจหรือเสียฟอร์มที่โดนฉันบอกเลิกน่ะสิ'

'แล้วถ้าฉันบอกเลิกนาย นายไม่เสียใจเหรอไง'

'เสียใจสิ แต่ให้ฉันเสียใจมันก็ยังดีกว่าให้เรียวจังเสียใจหรือเสียฟอร์มนี่'


ทั้งๆที่ตัวเองอาจจะต้องเสียใจแต่ฮิโรกิก็เลือกที่จะห่วงความรู้สึกของเรียวมากกว่าตัวเอง แล้วแบบนี้มันจะมีวันที่เรียวเป็นฝ่ายบอกเลิกฮิโรกิได้หรือ ถึงฮิโรกิจะคิดว่าตัวเองทั้งบ้าทั้งงี่เง่า ไหนจะสารพัดนิสัยเสียที่เจ้าตัวคิดว่าตัวเองมีก็เถอะ แต่เรียวสนเรื่องพรรค์นั้นที่ไหน ตราบใดที่พวกเขายังรักกันอยู่ แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว

.......................................................................


"ขอบคุณที่มาอุดหนุนครับ"
ยูยะก้มหัวให้ลูกค้าสองคนสุดท้ายที่เดินออกจากร้านไป เดินไปเปลี่ยนป้ายหน้าร้านจาก Open เป็น Close หลังจากนั้นจึงหันหลังเดินไปยังห้องแต่งตัวของพนักงาน เปลี่ยนเสื้อผ้าตัวเองเป็นชุดลำลองธรรมดาเรียบร้อย เปิดประตูห้องพักพนักงานออกมาก่อนจะชะงักไปเมื่อเห็นว่าใครยืนอยู่หน้าห้อง

"มาสเตอร์...."
"ตอนนี้เลิกงานแล้ว ถ้ายังเรียกฉันว่ามาสเตอร์อีกคำฉันไม่รับรองความปลอดภัยแน่" ยามะพีพูดอย่างหงุดหงิด วันนี้เขาทนฟังคนตัวเล็กเรียกเขาว่ามาสเตอร์มาทั้งวันแล้วนะ "จะกลับแล้วเหรอ"
"ฮะ" นี่ก็ตอบซะสั้น ทำเอายามะพีแอบนึกไม่ออกว่าจะถามอะไรต่อดีเลย แต่ในขณะที่ยามะพีกำลังนึกหาคำถามมาถามคนตัวเล็กต่อก็ได้ยินเสียงใสดังขึ้นก่อน "แล้วยามะล่ะฮะ จะให้ผมรอรึเปล่า"

"จะรอฉันเหรอ...."
ถามออกไปเบาๆอย่างไม่น่าเชื่อ เมื่อกี้เขาหูฝาดรึเปล่า ยูยะได้ยินยามะพีถามอย่างนั้นก็บู้หน้าเคืองๆ
"ก็แล้วใครที่บอกว่าวันนี้จะกลับด้วยกันล่ะฮะ ถ้าอย่างนั้นผมกลับคนเดียวก็ได้ ราตรีสวัสดิ์ฮะ" พูดแค่นั้นก่อนจะเดินผ่านคนตัวโตไปอย่างเคืองๆ ยามะพีรีบคว้ามือเล็กไว้ทันที
"ไม่ใช่อย่างนั้น ฉันนึกว่ายูยะยังโกรธฉันอยู่เลยถามออกไปน่ะ"
ยูยะได้ยินอย่างนั้นก็ทำหน้างงๆถามกลับไป "ทำไมถึงคิดว่าผมโกรธยามะล่ะฮะ"
"ก็..........ยูยะเอาแต่หลบหน้าฉันนี่ แถมเอาแต่เรียกมาสเตอร์ๆๆทุกคำ จนฉันแทบจะอยากขายหุ้นส่วนร้านนี้ทิ้งไปแล้วรู้รึเปล่า"
"อ้าว ก็ยามะบอกเองนี่นาว่าไม่อยากให้ใครรู้เรื่องที่เราคบกัน"
ยามะพีได้ยินอย่างนั้นเลยเป็นฝ่ายงงบ้าง "ฉันพูดเมื่อไรกัน"
"ก็เมื่อคืนตอนที่ยามะคุยโทรศัพท์กับอิคุตะคุงไงฮะ จำไม่ได้เหรอ"
"อ๋อ ตอนนั้นเอง" ยามะพีได้ยินคำเฉลยอย่างนั้นก็ถึงกับบางอ้อ "ฉันไม่ได้หมายความอย่างนั้นสักหน่อย แสดงว่าได้ยินไม่หมดล่ะสิ"

"จริงอยู่ที่ว่าฉันพูดอย่างนั้น แต่ฉันไม่ได้หมายความอย่างนั้นสักหน่อย อาทิตย์หน้าพวกเพื่อนฉันมันจะมีปาร์ตี้กัน มันเลยอยากให้ฉันพานายไปเปิดตัวให้พวกเพื่อนๆฉันรู้จัก แต่ฉันไม่อยากให้เจ้าพวกนั้นรู้จักนาย ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากพานายไปนะ แต่นายเป็นคนรักของฉัน ไม่ใช่ของเอาไว้อวด ฉันถึงบอกโทมะไปอย่างนั้นไงว่าฉันไม่อยากให้ใครรู้เรื่องที่ฉันมีแฟนแล้ว"

"อย่างนั้นเหรอฮะ" ยูยะที่ได้ฟังเหตุผลทั้งหมดของยามะพีก็ถอนหายใจออกมาก่อนจะยิ้มบางๆให้ยามะพี "ผมนึกว่ายามะพีรังเกียจที่จะคบกับผมเสียจนไม่อยากให้คนอื่นรู้ซะอีก"
"ทำไมฉันต้องรังเกียจด้วยล่ะ ฉันแทบอยากจะประกาศให้ทุกคนรู้ด้วยซ้ำว่านายเป็นแฟนฉัน แต่ก็อย่างที่บอกนั่นแหล่ะ นายไม่ใช่ของเอาไว้อวดใครต่อใคร เรารู้กันก็พอว่าเรารักกัน สำหรับคนอื่นถ้าเขาถามเราก็บอก ใครไม่ถามเราก็ไม่ต้องพูด แบบนี้ก็ไม่ถือว่าเราปกปิดใช่มั้ย" ยามะพียิ้มให้ยูยะก่อนจะดึงคนตัวเล็กเข้ามากอด "เข้าใจฉันแล้วนะ"
"ฮะ" ยูยะพยักหน้ารับในอ้อมกอด

คำพูดของยามะพีไขข้อข้องใจที่เขาเข้าใจผิดไปเองทุกอย่าง จากที่คิดไปเองว่ายามะพีคงไม่อยากให้ใครรู้ว่ากำลังคบกับเด็กกะโปโลแบบเขา แต่ความจริงที่ได้รู้ก็อดทำให้คิดไปเองอีกไม่ได้ว่าเพราะให้ความสำคัญกับเขาใช่มั้ยถึงได้ไม่อยากให้เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นของที่เอาไว้อวดใครต่อใคร
เรื่องของความรักไม่ได้มีไว้อวด แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าปิดบัง ขอแค่เรารับรู้ว่าเรารักกันก็พอแล้ว

ไม่ว่าความรักจะมาในรูปแบบไหน อาจจะมีบ้างที่ทะเลาะกัน ไม่เข้าใจกัน แต่ยังไงความรักก็คือความรัก และมันคอยอยู่รอบๆตัวเราตลอดเวลา

The End
.
.
.
Talk : ฟิกที่แต่งประกวดบอร์ด FIXXX เล่นๆค่ะ (หัวเราะ) มันว่างมากทั้งๆที่งานกับฟิกอย่างอื่นกองสุมหัว มันยังกล้าแต่งฟิกประกวด ไม่เจียมบอดี้จริงๆ (ได้ข่าวว่ากำลังป่วยอยู่ด้วยแท้ๆ)